• การผ่าตัด

  • การผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็ง เป็นวิธีการทางศัลยกรรม ที่ใช้ทั้งด้านการตรวจวินิจฉัย การรักษา และการแก้ไข เพื่อบรรเทาอาการ  ในการวินิจฉัยโรคมะเร็ง อาจทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อบางส่วน หรือการใช้เข็มเจาะ เพื่อให้ได้เซลล์ที่สงสัย มาทำการตรวจสอบทางเนื้อเยื่อและพยาธิวิทยา  ส่วนการผ่าตัดเพื่อผลทางการรักษา ใช้กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะแรก ซึ่งยังไม่มีการแพร่กระจายไปไกล

            โดยทั่วไปมะเร็งแทบทุกชนิด ยกเว้นมะเร็งของเม็ดเลือด และมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง มักใช้วิธีการผ่าตัด เพราะสามารถกำจัดมะเร็งที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ ออกไปได้เร็วที่สุด แต่ก็ต้องแน่ใจว่าสามารถผ่าเอาก้อนมะเร็งออกไปได้ทั้งหมด โดยต้องผ่าตัดให้เลยเข้าไปยังเนื้อเยื่อที่ดี อย่างน้อย 1-2 ..

            ตัวอย่างการผ่าตัดมะเร็ง ซึ่งมีโอกาสทำให้หายขาดได้ ได้แก่ มะเร็งผิวหนัง มะเร็งสมอง มะเร็งต่อมน้ำลาย มะเร็งต่อมไทรอยด์ มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ มะเร็งถุง น้ำดี มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งรังไข่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

            การผ่าตัดที่ได้ผลดี มักเป็นการผ่าตัดมะเร็งในระยะเริ่มต้น ดังจะเห็นได้จากตัวอย่างการผ่าตัดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะที่ 1 ซึ่งทำการผ่าตัดอย่างเดียว ก็ทำให้หายขาดได้ร้อยละ 95  ส่วนระยะที่ 2 หายขาดได้ร้อยละ 80  และระยะที่ 3 ทำการผ่าตัดภายหลังการใช้เคมีบำบัดและการฉายรังสี จนก้อนมะเร็งเล็กลง จะหายขาดได้ร้อยละ 60  เพราะฉะนั้น เมื่อผู้ป่วยเป็นมะเร็งที่สามารถทำการผ่าตัดได้ จึงควรรีบดำเนินการเร็วที่สุด          

            บางครั้งการผ่าตัดอาจกินพื้นที่กว้างขึ้น เนื่องจากมีการลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง จึงต้องผ่าตัดออกให้หมด เช่นการผ่าตัดมะเร็งของลิ้น ร่วมกับกล้ามเนื้อของคอ การผ่าตัดมะเร็งเต้านมร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้  การผ่าตัดปอดร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองในทรวงอก   การผ่าตัดมดลูกร่วมกับการตัดต่อมน้ำเหลืองในอุ้งเชิงกราน เป็นต้น

            บางครั้งอาจเป็นการผ่าตัดใหญ่ ที่ซับซ้อน สำหรับผู้ป่วยมะเร็งตับ ไต หัวใจ และปอด ซึ่งต้องเตรียมการมาก เพราะต้องมีการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะด้วย

           

  •         การผ่าตัดผู้ป่วยมะเร็งอีกประเภทหนึ่ง ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตัดก้อนมะเร็งทิ้งไป เนื่องจากมะเร็งลุกลามไปติดอวัยวะสำคัญอื่นๆ หรือกระจายไปไกล จนผ่าเลาะออกให้หมดไม่ได้  แต่เป็นการผ่าตัดเพื่อแก้ไขภาวะแทรกซ้อน ที่เกิดร่วมกับมะเร็ง เช่นเกิดแผลเน่า มีการติดเชื้อ ก็อาจต้องผ่าตัดเลาะเนื้อเยื่อส่วนที่เสียออกไป

            ในกรณีมีเลือดออก ก็ต้องผ่าตัดห้ามเลือด หรือส่องกล้อง เพื่อใช้ เครื่องไฟฟ้าจี้จุดห้ามเลือด ในกระเพาะอาหาร ลำไส้ หรือกระเพาะปัสสาวะ

            ถ้ามีการอุดตันของอวัยวะที่เป็นท่อกลวง ก็ต้องทำการผ่าตัดเปิดทางเดินให้ใหม่ เช่นการผ่าตัดต่อท่อจากโพรงสมองเข้าสู่ช่องท้อง เพื่อระบายของเหลว และลดอาการบวมคั่งของน้ำในสมอง

            การผ่าตัดเนื้องอกที่อุดตันในหลอดลม เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่ง  หรือการผ่าตัดก้อนเนื้องอกที่หลอดอาหาร เพื่อให้สามารถกลืนอาหารได้

            การผ่าตัดต่อถุงน้ำดีเข้ากับลำไส้ เพื่อระบายน้ำดี  หรือการผ่าตัดใส่ท่อเข้าที่ท่อไต เพื่อระบายน้ำปัสสาวะ

            สำหรับกรณีมีมะเร็งของกระดูก ที่เกิดขึ้นจากตัวกระดูกเอง หรือลุกลามมาจากที่อื่น อาจทำให้มีกระดูกหัก การผ่าตัดใส่เหล็ก ก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้

  •         นอกจากนี้ยังมีการผ่าตัด เพื่อเสริมการรักษา ด้วยการยับยั้งฮอร์โมน ที่จะไปกระตุ้นการเติบโตของเซลล์มะเร็งบางชนิด เช่นการผ่าตัดรังไข่ เพื่อลดฮอร์โมนเพศหญิง ที่จะไปกระตุ้นมะเร็งเต้านม หรือการผ่าตัดลูก อัณฑะ เพื่อลดฮอร์โมนเพศชาย ที่ไปกระตุ้นมะเร็งของต่อมลูกหมาก

            สำหรับผู้ป่วยมะเร็งที่ปฏิเสธการรักษาด้วยการผ่าตัด ควรตัดสินใจใหม่ ไม่ควรกลัวการผ่าตัดเกินไป เพราะการผ่าตัดทำให้มะเร็งหลายอย่างหายขาด และการผ่าตัดสมัยใหม่ค่อนข้างปลอดภัย ส่วนใหญ่ร่างกายผู้ป่วยทนได้

            ในหนังสือกินเนสเวิลด์ออฟเรกคอร์ด ประจำปี 2007 ได้บันทึกถึงผู้ป่วยอเมริกันรายหนึ่ง ที่ได้รับการผ่าตัดมะเร็งผิวหนัง 940 ครั้ง ระหว่าง ปี ค..1954-1994 ตลอดช่วงเวลาที่ป่วยอันยาวนานถึง 40 ปี ในที่สุดก็หายจากมะเร็ง

            เพียงแต่การผ่าตัดจะต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ทราบวัตถุประสงค์ของการผ่าตัด และรายละเอียดต่างๆ ทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด ได้แก่ การเตรียมความสมบูรณ์ก่อนผ่าตัด ความปลอดภัย อัตราการหาย การรอดชีวิต ภาวะแทรกซ้อน ระยะเวลาที่ต้องอยู่โรงพยาบาล ระยะพักฟื้น การพยาบาล และการดูแลหลังผ่าตัด ความจำเป็นของการให้ยา การใช้เคมีบำบัด การฉายรังสี ตลอดจนค่าใช้จ่าย เป็นต้น


back

Information

ปิดหน้าต่าง