• ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็ง

  •          สาเหตุของการเกิดมะเร็งนั้น ยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน เพียงแต่มีข้อสันนิษฐาน และมีเหตุผลที่พอเชื่อถือได้ว่า มีปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย และจากสิ่งแวดล้อมภายนอกหลายอย่าง ที่สามารถทำให้ร่างกายมีโอกาสเกิดมะเร็งขึ้น ได้แก่       

            พันธุกรรม เป็นการเปลี่ยนแปลงของโมเลกุลดีเอ็นเอ ในระดับยีนของโครโมโซม ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากบรรพบุรุษไปสู่ลูกหลาน  โดยอาจพบกับสมาชิกหลายคนในครอบครัว เช่น เนื้องอกของลำไส้ใหญ่ จากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 5  มะเร็งไต จากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 11  มะเร็งจอภาพของลูกตา จากความผิดปกติของโครโมโซมคู่ที่ 13  โรคทางกรรมพันธุ์ที่มีฝ่ามือฝ่าเท้าหนา เกิดร่วมกับมะเร็งหลอดอาหาร  โรคด่างขาวเกิดร่วมกับมะเร็งผิวหนัง โรคโลหิตจางบางชนิด และกลุ่มอาการดาวน์ เกิดร่วมกับมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น

            สารเคมี ที่พบมากเป็นน้ำมันดินจากสารไฮโดรคาร์บอนในบุหรี่ มีผลต่อการเกิดมะเร็งปอด ช่องปาก กล่องเสียง และกระเพาะปัสสาวะ

            แร่ใยหิน ซึ่งมีเส้นใยแอสเบสตอสที่ใช้ทำกระเบื้องฝ้าเพดาน ท่อระบายน้ำ ผ้าเบรกและคลัตช์รถยนต์ ทำให้เกิดมะเร็งปอด เยื่อหุ้มปอด และเยื่อบุช่องท้อง

            สารแนฟทีลามีนในอุตสาหกรรม ยางสังเคราะห์ และสีย้อมชนิดอะนิลีน เมื่อขับออกทางน้ำปัสสาวะ ทำให้เกิดมะเร็งของกรวยไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะ

            ฝุ่นไม้ในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เกิดมะเร็งโพรงไซนัสของจมูก เขม่าจากปล่องไฟ ทำให้เกิดมะเร็งลูกอัณฑะ คราบน้ำมันหล่อลื่นที่ติดตามผิวหนังบ่อยๆ ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เบนซินจากควันไอเสียของรถยนต์ ทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว

  •           การสัมผัสสารพวกโครเมต นิเกิล ทำให้เกิดมะเร็งปอด การสัมผัสสารอาร์เซนิก หรือสารหนู ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง และมะเร็งปอด

            การรับประทานถั่วลิสง เมล็ดขาวโพด เมล็ดธัญพืช หรืออาหารที่ปนเปื้อนสารอะฟลาทอกซิน จากเชื้อราชนิดแอสเพอร์จิลลัสฟลาวัส ทำให้เกิดมะเร็งตับ การรับประทานสารช่วยย่อยสลาย พวกไนโตรซามีน ทำให้ เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร

            การสัมผัสสารไวนีลคลอไรด์จากอุตสาหกรรม ทำให้เกิดมะเร็งของเส้นเลือดในตับ การใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยมะเร็ง ก็อาจทำให้เกิดมะเร็งของเม็ดเลือดขาว ในเวลาต่อมา

            ปัจจัยทางกายภาพ  รังสีอัลตราไวโอเลต หรือรังสียูวีในแสงแดด ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง

            รังสีแอลฟาซึ่งมีประจุไฟฟ้า พบในก๊าซเรดอน จากการสลายตัวของธาตุยูเรเนียม ที่ใช้ในพลังงานปรมาณู หรือจากแหล่งที่มีหินแกรนิตเป็นจำนวนมาก เมื่อสูดหายใจเข้าไป อาจทำให้เกิดเป็นมะเร็งปอด  ผลของระเบิดปรมาณูทำให้เกิดมะเร็งเต้านม  การกลืนสารกัมมันตรังสีทอเรียมเพื่อการวินิจฉัยโรค ทำให้เกิดมะเร็งตับ และมะเร็งโพรงไซนัสของจมูก

            การฉายรังสีเพื่อการรักษาโรค อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง เนื้อเยื่ออ่อนใต้ผิวหนัง เต้านม หรือต่อมไทรอยด์ สตรีที่เปิดไฟนอนมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม ความร้อนจากแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังบริเวณแผลเป็น ความร้อนจากกล้องยาสูบทำให้เกิดมะเร็งริมฝีปาก 

            มะเร็งของผิวหนัง หรือเยื่อบุผิว ที่เกิดจากการระคายเคือง หรือเสียดสีกับของแข็ง การอักเสบจากการระคายเคืองอยู่นานของฟันปลอม หรือฟันที่แหลมคม ทำให้เกิดมะเร็งช่องปาก

            แผลอักเสบเรื้อรัง เช่น แผลซิฟิลิส ทำให้เกิดมะเร็งผิวหนัง การเกิดไซนัสอักเสบเรื้อรัง แผลในกระเพาะอาหาร ร่วมกับการติดเชื้อ โดยเฉพาะเชื้อแบคทีเรียชนิดเฮลิโคแบกเตอร์ไพโลไร แผลอักเสบของเส้นเลือดที่ขา แผลอักเสบเรื้อรังที่ลำไส้ใหญ่ นิ่วร่วมกับการติดเชื้อในถุงน้ำดี และนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ก็ทำให้เกิดมะเร็งของอวัยวะนั้นๆ

            เชื้อไวรัส เชื้อไวรัสบางชนิดมีส่วนของโมเลกุลดีเอ็นเอ ที่สามารถแทรกโมเลกุลดีเอ็นเอของเซลล์ปกติ ทำให้เซลล์กลายพันธุ์จนกลายเป็นมะเร็งได้ เช่น เชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตับอักเสบชนิดบี ทำให้เกิดมะเร็งในตับ

            เชื้อไวรัสชนิดเอ็ปสไตน์บาร์ หรืออีบีวี ทำให้เกิดมะเร็งของลำคอ  เชื้อไวรัสชนิดฮิวแมนแพพิโลมาหรือเอชพีวี ซึ่งพบในโรคหูดที่ผิวหนัง ทำให้เกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งช่องทวารหนัก  เชื้อไวรัสชนิดฮิวแมนทีเซลล์ ลิมโฟโทรปิกไทป์-1 หรือเอชทีแอลวี-1 ในผู้ป่วยโรคเอดส์ ทำให้เกิดมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง

            ภูมิคุ้มกัน บางครั้งระบบภูมิคุ้มกัน ที่ใช้กำจัดหรือทำลายเซลล์ที่ผิดปกติ ถูกรบกวนหรือถูกยับยั้งการทำงาน ทำให้เซลล์ที่กลายพันธุ์ เปลี่ยนไปเป็นเซลล์มะเร็ง เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ที่เซลล์เม็ดเลือดขาวซึ่งทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลาย ทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนัง และมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

            การใช้ยากดภูมิต้านทาน ในผู้ป่วยผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ก็อาจทำให้เกิดมะเร็งของผิวหนังและมะเร็งต่อมน้ำเหลือง

            ฮอร์โมน เซลล์ต่างๆ มักมีตำแหน่งของผิวเซลล์ เนื้อเซลล์ และนิวเคลียส ในการจับกับฮอร์โมนบางชนิดเป็นการเฉพาะ ถ้าตัวรับฮอร์โมนถูกกระตุ้นโดยฮอร์โมนจากภายนอกหรือภายในร่างกาย ก็อาจทำให้เซลล์มีการแบ่งตัวมากขึ้น จนกลายเป็นมะเร็ง ได้แก่ฮอร์โมนเพศหญิงจากยา คุมกำเนิด

            การทดแทนฮอร์โมนในผู้ป่วยขาดฮอร์โมนเพศ ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งโพรงมดลูก

  •         สตรีวัยหมดประจำเดือน ซึ่งมีระบบฮอร์โมนผิดปกติ มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็งรังไข่  ผู้ป่วยที่ขาดสารไอโอดีน ทำให้เกิดโรคคอพอก และมีการกระตุ้นฮอร์โมนที่สมองมาก ทำให้เป็นมะเร็งของต่อมไทรอยด์

            โรคอ้วน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งมดลูก มะเร็งเต้านม เป็นต้น ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่ที่เป็นโรคอ้วนอยู่ด้วย มักมีอาการลุกลามเร็วกว่า และเสียชีวิตมากกว่าผู้ป่วยที่ไม่เป็นโรคอ้วน

            ในบรรดาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านี้ อัตราการเกิดมะเร็งจากการได้รับอาหารที่มีไขมันสูงและมีเส้นใยต่ำ มีส่วนทำให้เกิดมะเร็งได้มาก ถึงร้อยละ 30-35  รองลงมาเป็นบุหรี่และควันบุหรี่ ร้อยละ 30-32 ปัจจัย ทางพันธุกรรม ร้อยละ 15  การติดเชื้อต่างๆ ร้อยละ 10 ที่เหลือเกิดจากปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่น   

  • แต่มะเร็งมักเกิดจากหลายปัจจัย ร่วมกันทำการโจมตีไปที่เซลล์ปกติ ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยมีตัวเริ่มต้นก่อเหตุก่อน ที่เรียกว่าปัจจัยเริ่มต้น” ได้แก่บุหรี่และควันบุหรี่ น้ำมันดิน รังสีเอ็กซเรย์ รังสีที่มีประจุไฟฟ้า แสงแดด ยากดภูมิต้านทาน สารพิษจากโรงงาน มลพิษจากสิ่งแวดล้อม สารพิษจากอาหาร และการปรุงอาหารที่ไม่ถูกต้อง

            และเมื่อได้รับการกระตุ้นต่อด้วย ปัจจัยส่งเสริม ได้แก่ สารพวกเส้นใยแอสเบสตอส ฮอร์โมนและยาบางชนิด อาหารประเภทไขมันสูง อาหารเส้นใยต่ำ สุรา ความเครียด ความอ้วน บาดแผล การติดเชื้อไวรัส หญิงที่มีเพศสัมพันธ์และมีบุตรเมื่ออายุน้อย เป็นต้น ก็จะทำให้เกิดการ กลายพันธุ์มากขึ้น จนกลายเป็นมะเร็ง                                        

    ผู้ที่ได้รับปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง ซึ่งทำให้เกิดการโจมตีหลายครั้ง จึงมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งได้ง่าย ตัวอย่างเช่นผู้ที่สูบบุหรี่อย่างเดียว มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งมากกว่าคนปกติ 7 เท่า แต่ถ้าดื่มสุราจัดร่วมด้วย ก็จะเพิ่มความเสี่ยงเป็น 50 เท่า

            ผู้สูงอายุ มีโอกาสเกิดมะเร็งได้มากกว่าเด็ก เพราะจำนวนครั้งในการแบ่งตัวมีมากกว่า และถูกโจมตีมากกว่า

            ส่วนระยะเวลาในการเกิดมะเร็งนั้น อาจเร็วหรือช้าก็ได้ บางครั้งใช้เวลาเพียง 5 ปี เช่น ผลของรังสีจากระเบิดปรมาณู ที่ทำให้เกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว  บางอย่างก็ใช้เวลานานถึง 40 ปี  ที่น่าแปลกก็คือ ยังหาเหตุผลไม่ได้ว่า ทำไมบางคน ทั้งที่สูบบุหรี่และดื่มสุราจัด หรือกลุ่มที่ใช้ชีวิตเสี่ยงต่อมะเร็งอยู่เป็นประจำ จึงสามารถรอดพ้นจากการเป็นมะเร็ง และก็ยังมีอายุยืนได้

            เพื่อความไม่ประมาท พยายามทำตัวให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงไว้ก่อน จะดีกว่า


back

Information

ปิดหน้าต่าง