• วิวัฒนาการของมะเร็ง

  • ตามพจนานุกรมแพทย์ของดอร์แลนด์ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 30 ปี ค.. 2003 “มะเร็งหรือแคนเซอร์หมายถึง โรคเนื้องอก ซึ่งมีธรรมชาติที่ร้ายแรง เซลล์มะเร็งแตกต่างจากเซลล์เนื้องอกธรรมดา ที่แสดงคุณสมบัติของการลุกลาม และการแพร่กระจาย โดยมีลักษณะของเซลล์ที่แปลก และแตกต่างกันมาก”      

            ส่วนคำว่ามะเร็งตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานของไทย พ..2542 ให้ความหมายว่าเนื้องอกชนิดร้าย เกิดขึ้นเพราะเซลล์แบ่งตัวอย่างรวดเร็ว ควบคุมไม่ได้ แล้วแทรกไปตามเนื้อเยื่อข้างเคียง และสามารถหลุดจากแหล่งเบื้องต้น ไปแบ่งตัวเพิ่มจำนวนที่บริเวณอื่นๆ ได้ รักษาไม่ค่อยหาย

            มะเร็งเป็นโรคที่พบได้ทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืช  มีวิวัฒนาการมานานกว่าร้อยล้านปีแล้ว เพราะมีการค้นพบมะเร็งกระดูกของไดโนเสาร์ ที่มีอายุกว่า 150 ล้านปี

            ที่ประเทศเคนยา เมื่อ ปีค..1932 ได้พบซากฟอสซิลของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ อายุเกินล้านปีเป็นครั้งแรก และพิสูจน์ได้ว่าเจ้าของซากฟอสซิลนี้ เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณกระดูกขากรรไกร   

            การแพทย์แผนโบราณ เมื่อ 5000 ปีก่อน ในสมัยอาณาจักรอียิปต์ มีการกล่าวถึงก้อนเนื้องอกของเต้านม เนื้องอกที่ขา และมะเร็งผิวหนัง และมีการค้นพบมัมมี่ที่เป็นมะเร็งกระดูกและมะเร็งโพรงจมูก ในประเทศเปรูก็พบมัมมี่ อายุ 2400 ปี ที่เป็นมะเร็งผิวหนัง

  • ฮิปโปรเครติส นักปราชญ์ชาวกรีก เมื่อ 2000 กว่าปีก่อน ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของการแพทย์ และเป็นคนแรกที่ตั้งชื่อคำว่า แคนเซอร์ ซึ่งหมายถึง มะเร็ง” โดยบัญญัติจากภาษากรีกว่า คาร์คินอส หรือ คาร์ซินอส ถ้าภาษาละตินก็เป็น คาร์ซิโนมา ซึ่งทุกคำแปลว่า ปู และยังหมายถึงแผล หรือมะเร็งที่มีแผล รวมไปถึงก้อนที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่เกิดจากการอักเสบ ถุงน้ำ และริดสีดวงทวาร

    ฮิปโปรเครตีสได้บรรยายถึงลักษณะของมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งผิวหนัง มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ตรง และไม่แนะนำให้หมอทำการผ่าตัดผู้ป่วย ที่ไม่ทราบขอบเขตของมะเร็งอย่างแน่ชัด เพราะหมอมักทำให้คนไข้ตายเร็วกว่าการปล่อยให้ร่างกายรักษาตนเองในสมัยเดียวกับฮิปโปรเครติส การแพทย์ตะวันออกอย่างตำราแพทย์อายุรเวทของอินเดีย และการแพทย์แผนจีน ก็มีบันทึกถึงผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก มะเร็งลำคอ และมะเร็งหลอดอาหาร

  •         กาเลน เป็นหมอชาวกรีก ที่ทำงานอยู่ในอาณาจักรโรมัน มีชีวิตอยู่ช่วง ปี ค..130-200 ได้ชื่อว่าเป็นหมอมะเร็งคนแรกของโลก  หมอกาเลนเชื่อฮิปโปเครติสว่า มะเร็งตื้นๆ ที่มีขอบเขตชัดเจนอย่างมะเร็งเต้านมนั้น สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการผ่าตัด แต่ถ้าเป็นมะเร็งที่อยู่ในส่วนลึกแล้ว การผ่าตัดจะเป็นอันตราย โดยสมัยนั้นมีการผ่าตัดมะเร็งเต้านมกันอย่างแพร่หลาย

            มะเร็งเป็นโรคที่มีอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของโลก แต่อาจมีข้อแตกต่างทางด้านเชื้อชาติและสภาพภูมิศาสตร์ ตัวอย่างเช่น คนแอฟริกันเป็นมะเร็งตับมากกว่าคนอเมริกัน คนอเมริกันเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าคนญี่ปุ่น แต่คนญี่ปุ่นเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากกว่าคนชาติอื่น

            ระยะเวลาที่ผ่านไป ในดินแดนแห่งหนึ่ง ก็อาจมีแนวโน้มของการเกิดมะเร็งขึ้นใหม่ได้ ดังจะเห็นได้จาก เมื่อร้อยปีก่อน ในสหรัฐอเมริกาไม่ค่อยพบมะเร็งปอดและมะเร็งเต้านม แต่ปัจจุบันพบมากขึ้น ส่วนมะเร็งกระเพาะอาหารกลับพบน้อยลง

            เมื่อปี ค..1987 สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส ได้ทำการสำรวจถึงอุบัติการณ์ของผู้ป่วยมะเร็งแต่ละทวีป จำนวน 21 ชนิด พบว่า ประเทศที่ประชากรมีอัตราการป่วยเป็นมะเร็งชนิดต่างๆ ติดอันดับหนึ่ง มักเป็นประเทศหรือเมืองที่มีการพัฒนาทางด้านวัตถุ และเทคโนโลยีสูง ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ฮ่องกง อิสราเอล ญี่ปุ่น และนครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มีประเทศกำลังพัฒนา เพียงประเทศเดียวคือบราซิล ที่มีมะเร็งของกล่องเสียง และคอมดลูกติดอันดับหนึ่ง  ส่วนประเทศที่กำลังพัฒนาอย่างอินเดียนั้น ชาวบ้านส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตแบบธรรมชาติ ใช้เทคโนโลยีน้อย จึงมีอัตราการเกิดใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง 8 ใน 12 ชนิด คือมะเร็งปอด มะเร็งช่องปาก มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งมดลูก มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ติดอันดับ น้อยที่สุดในโลก

            ปี ค..2543 ในสหรัฐอเมริกา มีการสำรวจผู้ป่วยมะเร็ง ที่เกิดใหม่ ทั่วโลก พบว่ามะเร็งที่พบบ่อย 10 อันดับแรก เป็นมะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ผู้หญิงส่วนใหญ่เป็นมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนผู้ชายมักเป็นมะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งต่อมลูกหมาก

            เดือนกันยายน 2549 เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลก กล่าวในการประชุมนานาชาติที่ประเทศโมร็อกโกว่า ในปี พ..2548 มีประชากรทั่วโลกเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ประมาณ 7.5 ล้านคน ที่เสียชีวิตมากที่สุด ราว 250,000 คน เป็นมะเร็งปากมดลูก  

            ตัวแทนองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเดือนธันวาคม 2549 ว่า ใน ปี 2548 จากประชากรโลกประมาณ 6,454 ล้านคน มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกิดขึ้นปีละประมาณ 11 ล้านคน ส่วนอีก 25 ล้านคนต้องใช้ชีวิตอยู่กับมะเร็ง อีก 25 ปี ข้างหน้า ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8,130 ล้านคน คาดการณ์ว่า แต่ละปี จะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เกิดขึ้นประมาณ 27 ล้านคน อีก 75 ล้านคน จะต้องใช้ชีวิตอยู่กับโรคมะเร็ง และเสียชีวิตปีละ 17 ล้านคน

            สำหรับประเทศไทย กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข รายงานผลการสำรวจในปี พ..2545 พบว่า มีคนไทยตายจากมะเร็งรวม 45,834 คน คิดเป็น 73.3 คน ต่อประชากร 100,000 คน และคาดว่าแต่ละปี จะมีผู้ป่วยมะเร็งเกิดขึ้นใหม่ ไม่น้อยกว่า 50,000 ราย โดยส่วนใหญ่ชายไทยมักเป็นมะเร็งปอด ตับ และหลอดอาหาร ส่วนหญิงไทยมักเป็นมะเร็งปากมดลูก และมะเร็งเต้านม

            มะเร็งเป็นโรคที่มีความต่อเนื่อง มีวิวัฒนาการไปตามความเปลี่ยนแปลง และมีแนวโน้มที่จะเกิดมากขึ้น  กาลเวลาที่ผ่านมา มิได้ทำให้มะเร็งสูญหายไป เหมือนเผ่าพันธุ์ของพืชและสัตว์บางชนิด แต่มะเร็งยังสามารถดำรงอยู่ได้ ตราบเท่าที่ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ในโลก และอาจกลายพันธุ์เกิดเป็นมะเร็งชนิดใหม่ได้เสมอ

    ไม่มีใครสามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่า ธรรมชาติจะคัดเลือกใคร ให้ป่วยเป็นมะเร็ง


back

Information

ปิดหน้าต่าง