• อาการของผู้ป่วยมะเร็ง

  • ผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ ราวร้อยละ 97 มักได้รับการวินิจฉัยจากอาการของอวัยวะที่มะเร็งลุกลามไปแล้ว เช่น การคลำต่อมน้ำเหลืองได้ที่บริเวณลำคอ ไหปลาร้า รักแร้ ข้อศอกด้านใน ขาหนีบ ข้อพับเข่า และอาการจากการกระจายไปยังตับ กระดูก ปอด และสมอง

            เป็นเรื่องแปลกที่มะเร็งแต่ละชนิด ชอบที่จะการกระจายไปยังอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งอย่างเฉพาะเจาะจง เช่นมะเร็งของผิวหนังชนิดเมลาโนมา มักกระจายไปที่ตับ สมอง และทางเดินอาหาร  หรือมะเร็งไทรอยด์กระจายไปยังกระดูกและปอด  มะเร็งปอดกระจายไปยังสมอง ตับ และไขกระดูก  มะเร็งเต้านมกระจายไปยังกระดูก สมอง ต่อมหมวกไต ปอด และตับ  มะเร็งทางเดินอาหารกระจายไปยังตับ  หรือมะเร็งต่อมลูกหมากกระจายไปยังกระดูก เป็นต้น

            อาการ และอาการแสดงที่พบบ่อยในผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งที่เกิดจากอวัยวะเบื้องต้น และอวัยวะที่มะเร็งลุกลาม ได้แก่

            มีก้อน ก้อนที่โตขึ้นที่ใดที่หนึ่ง และมักโตเร็ว ตุ่มหรือไฝที่ผิวหนัง ซึ่งมองเห็นได้ง่าย ถ้าเกิดโตเร็วขึ้น ก็อาจกลายเป็นมะเร็งไปแล้ว ก้อนมะเร็งบางชนิดอยู่ตื้นก็มักคลำได้ แต่ถ้าอยู่ลึกก็อาจเกิดอาการจากการกดทับ การอุดตัน และการเสื่อมสมรรถภาพของอวัยวะต่างๆ

            มีแผลเรื้อรัง อาจพบที่ไฝ ที่ผิวหนัง เยื่อบุในช่องปาก และช่องเยื่อบุต่างๆ  มักขยายตัวเร็ว และรักษาไม่ค่อยหาย

            มีเลือดออก เซลล์มะเร็งมีการสร้างสาร เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกในการได้รับออกซิเจนและสารอาหาร เพื่อหล่อเลี้ยงให้ก้อนมะเร็งโตขึ้น น้ำย่อยที่เซลล์มะเร็งปล่อยออกมา ก็อาจไปกัดถูกเส้นเลือด ทำให้มีเลือดออกได้ง่าย เลือดอาจออกมาจากก้อนแผล หรือออกมาจากรูเปิดต่างๆ เช่น จมูก หู  หรือมีอาการไอเป็นเลือด อาเจียน เป็นเลือด ถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด  นอกจากนั้นอาจมีเลือดออก ทางช่องคลอด เลือดออกทางหัวนม หรือบางครั้งเลือดออกอยู่ภายใน มองไม่เห็น แต่ทำให้ผู้ป่วยตกเลือด หรือเกิดอาการช็อก ซึ่งอันตรายกว่าตัวมะเร็งเสียอีก

            อาการปวด อาจปวดตึงจากการที่ก้อนมะเร็งโตขึ้น หรือการกดทับเส้นประสาท เกิดอาการปวดศีรษะจากเนื้องอกในสมอง ปวดในโพรงไซนัสของจมูก ปวดในลำคอร่วมกับการกลืนลำบาก  ปวดบิดในท้องร่วมกับการ อุดตันของทางเดินอาหาร มะเร็งที่กระจายไปที่กระดูก ก็ทำให้เกิดอาการ ปวดได้มาก เช่น ปวดต้นคอ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา เป็นต้น 

            เบื่ออาหาร ทำให้อ่อนเพลีย น้ำหนักลด และซูบผอม อาจมีสาเหตุมาจากความกังวล หรือมีภาวะไตวาย หรือมีการกระจายของมะเร็งไปที่ตับ แต่อาการเช่นนี้ก็ไม่แน่ว่าผู้ป่วยจะเป็นมะเร็งทุกราย เพราะอาจพบได้ในโรคอื่น เช่น เบาหวาน เอดส์ โรคไต วัณโรคปอด ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ และการป่วยเรื้อรังอื่นๆ  สำหรับผู้ป่วยที่เบื่ออาหารมาก อยู่ในภาวะขาดอาหารเป็นเวลานาน จะทำให้ผอมแห้งและหมดแรง อันเป็นสาเหตุการตาย ก่อนถึงระยะสุดท้ายของมะเร็ง

            คลื่นไส้และอาเจียน อาจเกิดจากยาที่ใช้ โดยเฉพาะยาแก้ปวดประเภทมอร์ฟีน หรือการอุดตันในทางเดินอาหาร หรือมะเร็งกระจายไปที่ตับ  ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง และภาวะไตวาย

            อาการเจ็บปาก อาจเกิดจากคอแห้งเพราะดื่มน้ำน้อย หรือเกิดจากยาบางชนิด หรือการฉายรังสี การใช้เคมีบำบัด หรือติดเชื้อราในช่องปาก อาจเป็นโรคเหงือกและฟัน หรือทำความสะอาดช่องปากและฟันไม่ดีพอ

            อาการสับสน อาจเกิดจากมีก้อนมะเร็งในสมอง ซึ่งเกิดขึ้นเอง หรือกระจายมาจากที่อื่น หรือเกิดจากการใช้ยา มีภาวะตับเสื่อม ไตวาย มีแคล เซียมในเลือดสูง ขาดออกซิเจน หรือมีการติดเชื้อ

            อาการไอและหอบ มักเกิดจากมะเร็งของอวัยวะในช่องอก ทำให้เกิดการระคายเคือง และการอุดตันของหลอดลม หรือมีน้ำขังในช่องเยื่อหุ้ม ปอด ปอดแฟบ หรือติดเชื้อ

            กระดูกหัก เกิดจากมะเร็งของกระดูก หรือก้อนมะเร็งกระจายมาจากที่อื่น อาจมีอาการปวดมาก่อน กระดูกหักง่ายกว่าปกติ

           

            สำหรับภาวะฉุกเฉิน ที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีอาการหนักมาก ได้แก่

            ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง อาจเกิดจากสารบางอย่าง ที่ปล่อยออกมาจากก้อนมะเร็ง ทำให้เสียภาวะสมดุลของแคลเซียมในเลือด และแคลเซียมละลายออกจากกระดูกมากเกินไป

            การกดไขสันหลัง  เกิดจากการลุกลามของก้อนมะเร็งไปที่ไขสันหลัง ทำให้ผู้ป่วยเป็นอัมพาต แขนขาและลำตัวไร้ความรู้สึก ถ่ายปัสสาวะไม่ออก ร่วมกับมีอาการท้องผูก หรือไม่ถ่ายอุจจาระ

            กดเส้นเลือดดำใหญ่ในช่องอกด้านขวา เกิดจากก้อนเนื้องอกในช่องอก กดทับเส้นเลือดดำใหญ่ ที่ส่งเลือดจากสมอง แขน และอกส่วนบน เข้าสู่หัวใจ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการสับสนทางสมอง ปวดศีรษะ และหน้าบวม รวมทั้งบวมที่ลำคอ แขนทั้งสองข้าง และอกส่วนบน

            โลหิตเป็นพิษเพราะเม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำ เริ่มจากการมีภาวะเม็ดเลือดขาวต่ำจากมะเร็ง จากยาเคมีบำบัด หรือจากการฉายรังสี ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่ดี แล้วมีการติดเชื้อแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้อราในเลือด แล้วเกิดโลหิตเป็นพิษ ทำให้ผู้ป่วยมีไข้ ชีพจรเต้นเร็ว มีความดันโลหิตต่ำ และอาจช็อกได้

            ภาวะเนื้องอกสลายตัว มักเกิดจากการให้เคมีบำบัด ในมะเร็งของต่อมน้ำเหลือง และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ทำให้เซลล์มะเร็งสลายตัวมาก ส่งผลให้เกิดภาวะเกลือแร่ขาดความสมดุล เช่น มีโปแตสเซียมสูง กรดยูริกสูง ฟอสเฟตสูง และภาวะแคลเซียมในเลือดต่ำ อาจมีอาการร้ายแรงจน ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน และหัวใจเต้นผิดจังหวะ

           

            อาการและอาการแสดงของผู้ป่วยมะเร็ง เกิดขึ้นโดยตรงจากตัวมะเร็ง และภาวะแทรกซ้อนจากการเจ็บป่วย  ผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ที่ก้อนมะเร็งกระจายไปทั่วตัวแล้ว จะมีอาการมากมาย เหมือนถูกโรครุมเร้าหลายอย่างพร้อมกัน โรคมะเร็งจึงเป็นโรคร้ายแรงที่สุด และรักษายากที่สุด


back

Information

ปิดหน้าต่าง