• ออร์กานิกเยอร์มาเนียม

  • ออร์กานิกเยอร์มาเนียม

    เห็ดหลินจือที่เพาะเลี้ยงในดินที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแร่ธาตุ เช่นดิน ภูเขาไฟ มักมีส่วนประกอบของธาตุเยอร์มาเนียมและเกลือแร่หายาก ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

            จากการวิเคราะห์ตัวอย่างของสารสกัดเห็ดหลินจือ จากแหล่งผลิตธรรมชาติ บนเทือกเขาสูงแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของจีน พบว่ามีสารประกอบเยอร์มาเนียมอยู่ในปริมาณ 25 ไมโครกรัม ต่อสารสกัดเห็ดหลินจือ หนัก 1 กรัม  บางตัวอย่างวัดได้ 800-2000 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าพืชพวกโซโฟรา คอมเฟรย์ กระเทียม โสม และเห็ดชนิด อื่นๆ อย่างน้อย 5-6 เท่า

            เยอร์มาเนียม เป็นธาตุที่มีเลขอะตอมเท่ากับ 32 และมีน้ำหนัก อะตอมเท่ากับ 72.59 ถูกค้นพบโดยนักเคมีชาวเยอรมนีชื่อวิงค์เลอร์ เมื่อปี ค..1886  ปกติธาตุเยอร์มาเนียมบริสุทธิ์ ได้มาจากการสังเคราะห์ทางเคมี แต่เมื่อเป็นธาตุเยอร์มาเนียมที่ได้มาจากธรรมชาติ จึงเรียกว่าสารประ กอบออร์กานิกเยอร์มาเนียม หรือเยอร์มาเนียมอินทรีย์  โรงเพาะเห็ดบางแห่งที่เพาะเลี้ยงเห็ดหลินจือโดยใช้ถุงบรรจุอาหารสำเร็จรูป จะเติมสารเยอร์มาเนียมสังเคราะห์ลงไปในถุงอาหารด้วย เพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ของตัวยาในเห็ดหลินจือ

            งานวิจัยในญี่ปุ่นพบว่า เมื่อออร์กานิกเยอร์มาเนียมเข้าสู่ร่างกาย จะแสดงตัวเป็นประจุไฟฟ้า และมีผลต่อการปรับสมดุลไฟฟ้าภายในร่างกาย

            ตามทฤษฎีควอนตัมชีวะเคมี ซึ่งเป็นวิทยาการฟิสิกส์แผนใหม่พบว่า ไฮโดรเจนอิออน หรือประจุไฟฟ้าไฮโดรเจน เป็นอิเล็กตรอนที่มีอิทธิพลมากที่สุด ในการปรับสมดุลไฟฟ้าภายในร่างกาย

            เป็นที่ยอมรับว่า ในสมองนั้นมีคลื่นไฟฟ้า ใช้เครื่องมือตรวจวัดได้ เมื่อคลื่นไฟฟ้าสมองผิดปกติจะเกิดโรคหลายอย่าง เช่น โรคลมบ้าหมู ภาวะชัก ภาวะสมองฝ่อ ความจำเสื่อม เนื้องอกในสมอง เลือดออกในสมอง เป็นต้น  แต่ที่จริงเซลล์ทุกเซลล์ของร่างกาย ไม่ว่าจะอยู่ที่ตับ ไต หัวใจ ปอด ผิวหนัง หรืออื่นๆ ก็ล้วนแสดงศักย์ทางไฟฟ้า หรือมีความสมดุลทางไฟฟ้าทั้งนั้น หากสมดุลทางไฟฟ้าเสียไป ก็ย่อมทำให้เกิดโรคหรือความผิดปกติขึ้น หรือไม่ก็ทำให้โรคหรือความผิดปกตินั้นรุนแรงยิ่งขึ้น  เมื่อออร์กานิกเยอร์มาเนียมสามารถปรับสมดุลไฟฟ้าได้ โรคหรือความผิดปกติที่เกิด ก็หายไป ร่างกายจึงแข็งแรงสมบูรณ์ 

          

     

  •         เนื่องจากสารเยอร์มาเนียมเป็นธาตุที่เราไม่คุ้นเคย เกรงจะเป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงมีการทดสอบการเกิดพิษในหนู โดยใช้ขนาดความเข้มข้นสูงกว่าที่มีในเห็ดหลินจือ 1000 เท่า ผลปรากฏว่า นอกจากไม่เป็นพิษแล้ว ยังช่วยกำจัดพิษด้วย โดยออกซิเจนรอบสารเยอร์มาเนียมจะพาธาตุ โลหะที่เป็นพิษ เช่น แคดเมียม ปรอท และสารก่อมะเร็งอย่างอื่น ไปกำจัดทิ้งพร้อมกับสารเยอร์มาเนียมส่วนเกิน ร่างกายจึงปลอดภัยต่อการตกค้างของสารเยอร์มาเนียม     

            ในการกำจัดเซลล์มะเร็งนั้น สารเยอร์มาเนียมจะเข้าไปจับคู่กับอิเล็กตรอน ที่ผลิตออกมาจากผนังเซลล์มะเร็ง โดยเฉพาะในระยะของการแบ่งตัว ทำให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัวไม่ได้ นอกจากนี้เยอร์มาเนียมยังกระตุ้นให้เม็ดเลือดแดงรับออกซิเจนได้มากกว่าเดิม อย่างน้อย 1.5 เท่า  ทำให้ เลือดและเซลล์มีออกซิเจนเพิ่มขึ้น

            ปกติ อาหารที่ถูกสันดาปหรือเผาผลาญให้เกิดพลังงาน จะทำให้เกิดประจุบวกของไฮโดรเจน ทำให้เลือดมีภาวะเป็นกรด ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์อย่างมาก  แต่ออกซิเจนในกระแสเลือด จะทำปฏิกิริยากับประจุบวกของไฮโดรเจน กลายเป็นน้ำ ซึ่งไม่เป็นพิษ สารเยอร์มาเนียมจะช่วยออกซิเจน จับกับประจุบวกไฮโดรเจน เพื่อสร้างความสมดุลของไฟฟ้า กับขจัดภาวะเป็นกรดออกไป ทำให้เลือดมีออกซิเจน คงเหลือเป็นจำนวนมาก ที่จะใช้ใน การบำรุงเซลล์      

            เมื่อเซลล์ทั้งหมดมีความแข็งแรง สารประกอบดีเอ็นเอของเซลล์ ปกติก็ไม่มีการถูกทำลาย และไม่มีการกลายพันธุ์ไปเป็นเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้เซลล์ที่อยู่ในระบบภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดขาวสามารถทำหน้าที่เฝ้าระวัง ติดตาม และทำลายเซลล์มะเร็ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


back

Information

ปิดหน้าต่าง