• เห็ดรารักษามะเร็ง

  • เห็ดและรา เป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มเดียวกัน มีวิวัฒนาการมานานกว่าพันล้านปี คุณสมบัติพิเศษของเห็ดก็คือ มีโครงสร้างและสารประกอบภายใน ที่สามารถปรับตัวและปกป้องตนเองได้ ในทุกสภาวะแวดล้อม ทำให้เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตที่คงทน สามารถเติบโตได้แม้ในที่กันดารและไม่มีแสงแดด

            มนุษย์ยุคแรกบริโภคพืชและแมลงเป็นอาหาร รู้จักใช้สิ่งที่หาได้ตามธรรมชาติมาใช้เป็นยารักษาโรค ซึ่งรวมถึงเห็ดราด้วย 

            การแพทย์ดั้งเดิมที่เก่าแก่ที่สุด คือการแพทย์สมุนไพรหรือเฮอร์บอลิซึม ได้พบภาพเขียนผนังถ้ำ แสดงการใช้พืชสมุนไพรรักษาโรค ที่ถ้ำลาสโค ประเทศฝรั่งเศส มีอายุอยู่ในช่วง 15,000 ถึง 27,000 ปีมาแล้ว

            ต่อมาราว 5,000 ปีที่แล้ว ก็พบบันทึกการแพทย์อียิปต์ ตามมาด้วยการแพทย์อินเดีย เปอร์เชีย จีน เฮบรู การแพทย์ยุโรปสมัยแรก การแพทย์อิสลามิก และการแพทย์ยุโรปสมัยเรอเนสซอง

    แต่ละยุคสมัยล้วนมีการใช้เห็ดรา ที่มีอยู่มากกว่า 100,000 ชนิด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ต่อมาใช้เป็นยารักษาโรคต่างๆ  และที่สุดก็ยกระดับสูงขึ้น กลายเป็นยารักษาผู้ป่วยมะเร็ง ที่ทรงประสิทธิภาพ

            ในระยะแรกก็ใช้ในรูปของยาต้ม ยาดองเหล้า หรือยาบดเป็นผง ต่อมาก็สกัดให้ได้ตัวยาที่เข้มข้น แล้วบรรจุเป็นแคปซูล หรือยาเม็ด

            เห็ดราที่นำมาใช้กับผู้ป่วยมะเร็งนั้น มีอยู่หลายชนิด ได้แก่ ชากา อะการิกัส แอสตาการัส  คอดิเซพส์  เห็ดชิตาเกะ เห็ดมิตาเกะ และ เห็ดหลินจือ

            เห็ดหลินจือ มีชื่ออยู่ในคัมภีร์โบราณของจีน เมื่อ 2200 ปีก่อน ในนามของหญ้าเก้ากิ่งตามลักษณะของเห็ดหลินจือ ที่เติบโตแตกเป็นกิ่งก้าน และมีดอกหลายดอกรวมอยู่ด้วยกัน  ในคัมภีร์แพทย์จีนชื่อ เสินหนง เปินเฉ่า นั้น จัดให้เห็ดหลินจือเป็นยาชั้นสูง ซึ่งหมายถึงยาที่สามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีอันตรายแต่อย่างใด  และในคัมภีร์ยังระบุสรรพคุณว่า เป็นยาบำรุงกำลังและยาอายุวัฒนะ 

            ปี ค..1928 เซอร์อเล็กแซนเดอร์ เฟลมมิง นักวิทยาศาสตร์ชาวสก็อต สามารถผลิตยาเพนิซิลลินจากเชื้อรา เพื่อใช้เป็นยาปฏิชีวนะต้านเชื้อแบคทีเรีย  ต่อมาก็ค้นพบเชื้อรามากกว่า 1,500 ชนิด ที่นำมาผลิตเป็นยาปฏิชีวนะได้ เช่น เตตราไซคลิน และเซฟาโลสะปอริน ยากลุ่มสะเตอรอยด์จำพวกคอร์ติโซน และเพร็ดนิโซโลน ยาลดไขมันกลุ่มโลวาสเตติน  ยายับยั้งการไม่ตอบรับจากการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ พวกไซโคลสะปอริน และยาคุมกำเนิดหลายชนิด รวมทั้งยาเคมีบำบัดสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ได้แก่ บลีโอไมซิน ไมโตไมซิน ไมโตแซนโทรน แดกติโนไมซิน โดโรบิซิน  วินคลิสติน วินบลาสติน เป็นต้น

            สำหรับในประเทศไทย มูลนิธิสุขภาพไทยได้รวบรวมเห็ดที่เชื่อว่า มีฤทธิ์ในการต้านเนื้องอก หรือต่อต้านมะเร็ง ไว้ในหนังสือ “ 57 เห็ดเป็นยาแห่งป่าอีสานเขียนโดย วินัย - ดร.อุษา กลิ่นหอม รายชื่อเห็ดที่กล่าวถึง ได้แก่ เห็ดหิ้ง เห็ดขอน เห็ดแค่น เห็ดหิ่งห้อย เห็ดหูหนู เห็ดกระดุม เห็ดชานหมากหรือเห็ดนกกะบา เห็ดขมิ้นหรือเห็ดก้ามปู เห็ดมันปูดำ เห็ดหน้าเส้า เห็ดตับไก่ เห็ดตับเต่า เห็ดจาวมะพร้าว เห็ดตะปู้ลายงา เห็ดชงโค เห็ดตีนแฮดหม่น เห็ดหอยขม เห็ดหอยนางรม เห็ดจอกหรือเห็ด กระเพาะปลา เห็ดหาดน้ำนม และเห็ดซิ่นหรือเห็ดหลินจือ เป็นต้น

            ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเห็ดราเหล่านี้ มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค และกำจัดเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากเชื้อเห็ดรามีวิธีการหาอาหารโดยสร้างเอนไซม์ ออกไปย่อยสลายสิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตภายนอก ซึ่งอาจเป็นวิธีการเดียวกันกับที่ใช้ย่อยสลายเชื้อโรค และเซลล์มะเร็งด้วย 

            แม้การแพทย์จะถูกแบ่งเป็นแผนต่างๆ ด้วยเหตุผลต่างๆ เช่น แบ่งเป็นการแพทย์แผนตะวันตกกับแผนตะวันออก  หรือแบ่งเป็นการแพทย์แผนโบราณกับแผนปัจจุบัน หรือแบ่งเป็นแผนจีน แผนเกาหลี แผนญี่ปุ่น แผนอินเดีย หรือแผนไทย เป็นต้น   และเมื่อแบ่งแล้ว ต่างฝ่ายต่างแยกกันเดินคนละทาง จนร่วมมือกันไม่ได้ก็ตาม แต่เห็ดหลินจือกลับอยู่ยงคงกระพัน สมชื่อเห็ดหมื่นปีหรือเห็ดศักดิ์สิทธิ์ เป็นมรดกโลกอันทรงคุณค่า ที่การแพทย์ทุกแผน ต้องยอมรับคุณประโยชน์จากตัวยาสำคัญ ซึ่งสามารถใช้รักษาโรคร้ายแรงหลายชนิด

  •         ตั้งแต่ ปี ค..1950 เป็นต้นมา เห็ดหลินจือกลายเป็นเห็ดราที่เข้าตำรายา ซึ่งหลายประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะการใช้รักษาผู้ป่วยมะเร็ง  

            ท่ามกลางความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เห็ดหลินจือไม่ได้เป็นเรื่องของยาแผนโบราณอีกต่อไป เพราะมีการยืนยันในงานวิจัย และผลการรักษาทางคลินิก ตามหลักการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยการใช้เห็ดหลินจือเพียงอย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ในผู้ป่วยหลายประเภท ได้แก่  โรคภูมิแพ้ โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อไวรัส ตับอักเสบและโรคตับ โรคเอดส์ การอุดตันของเส้นเลือด ในผู้ป่วยโรคหัวใจและอัมพาต โรคลมชัก โรคพาร์คินสัน โรคเบาหวาน ภาวะไขมันในเลือดสูง ภาวะความดันโลหิตสูงและต่ำ ภาวะมือเท้าเย็น กลุ่มอาการเวียนศีรษะและหน้ามืด โรคไตรั่วและภาวะไตวาย โรครูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี การไม่ตอบรับการปลูกถ่ายอวัยวะ แผลเป็นคีลอยด์ เนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง และ มะเร็ง เป็นต้น

            ไม่ว่าเห็ดหลินจือจะให้ผลในการรักษาผู้ป่วยประเภทใด แต่สรรพคุณที่ปรากฏ ก็เป็นคุณประโยชน์ต่อวงการแพทย์อย่างมหาศาล จนได้รับฉายาว่าเป็น คิงออฟเฮิร์บ” หรือ เจ้าแห่งสมุนไพรทั้งปวง


back

Information

ปิดหน้าต่าง