• พอลิแซกคาไรด์

  • คาร์โบไฮเดรต เป็นสารที่ประกอบไปด้วยธาตุคาร์บอน ไฮโดรเจน และออกซิเจน รวมตัวกัน เป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ ที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ทั้งด้านที่เป็นโครงสร้างของเซลล์ เป็นแหล่งพลังงาน และรวมตัวกับสารอื่น เพื่อให้เกิดการทำงานที่เป็นประโยชน์ โมเลกุลที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรต คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ได้แก่ น้ำตาลกลูโคส กาแลกโตส  ส่วนโมเลกุลที่ใหญ่ขึ้นมาจะเกาะกันเป็นคู่ ได้แก่ น้ำตาลมอลโตส ซูโครส แลกโตส  สำหรับโมเลกุลที่ต่อกันเป็นลูกโซ่ยาว จะกลายเป็นแป้งหรือสารประกอบ ที่เรียกว่าพอลิแซกคาไรด์

            ในเห็ดหลินจือมีพอลิแซกคาไรด์ กว่า 50 ชนิด มากกว่าเห็ดชนิดใด  พอลิแซกคาไรด์ตัวสำคัญที่มีอิทธิพลในการต่อต้านเซลล์มะเร็ง เรียกว่า เบตา-ดี-กลูแคน หรือเรียกสั้นๆ ว่า กลูแคน

            มีงานวิจัยเพื่อติดตามการทำงานของกลูแคน โดยการใช้สารคาร์บอน-13  ฉาบไปที่ผิว

    ของกลูแคน พบว่ากลูแคนไม่สามารถย่อยได้ด้วยกรดและน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร เมื่อกลูแคนเคลื่อนที่ต่อไปยังผนังเซลล์ของลำไส้เล็ก ซึ่งมีเซลล์มาโครฟาจเป็นจำนวนมาก จะถูกกระตุ้นทันทีด้วยกลูแคน แล้วผ่านต่อไปยังต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียง ทำการสร้างสารไซโตไคน์ชนิดต่างๆ ได้แก่ อินเตอร์ลิวคิน-1 อินเตอร์ลิวคิน-6  สารจีเอ็ม-ซีเอสเอฟ และ อินเตอร์เฟอรอน ซึ่งเป็นสารที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อต่อต้านเซลล์มะเร็ง

            มีการทดลองใช้สารกลูแคน ฉีดเข้าไปที่มะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา ของสัตว์ทดลอง และการใช้ใส่แผลในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนัง ชนิดบาซอลเซลล์ ก็พบว่าได้ผลดี มีทั้งหายขาดและแผลมะเร็งเล็กลง เมื่อใช้รักษาหนูที่เป็นมะเร็งชนิดอะดรีโนคาร์ซิโนมา พบว่าก้อนมะเร็งเล็กลง 85 %

     

  •          มีการทดลองในเกาหลี โดยทำให้หนูเกิดมะเร็งในตับ ชนิดซาร์โคมา 180  เมื่อใช้สารสกัดเห็ดหลินจือ ก็ทำให้หายขาดได้

            การทดลองในจีน เพื่อรักษามะเร็งในตับหนู ให้ผลในการหยุดยั้งเซลล์มะเร็งได้ 95.6-98.5 %  ใกล้เคียงกับการทดลองในญี่ปุ่น ซึ่งให้ผล 96.5-98.6 %

            เมื่อใช้รักษาหนูที่เป็นมะเร็ง ร่วมกับยาเคมีบำบัดชนิด 5 เอฟยู  ก็ให้ผลการรักษาที่ดีกว่าการใช้ยาเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว

            การวิจัยในสหรัฐอเมริกาพบว่า สารสกัดเห็ดหลินจือช่วยกระตุ้นการทำงานของไซโตไคน์ และเซลล์เม็ดเลือดขาว ที่ทำหน้าที่ในระบบภูมิคุ้มกัน              

            การวิจัยเกี่ยวกับการเสริมระบบภูมิคุ้มกันด้วยเห็ดหลินจือ ในจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี  โดยติดตามจากผู้ป่วย ที่ใช้วิธีการรักษาแบบแพทย์แผนจีน ควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบัน และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อศึกษาการหมุนตัวของอิเล็กตรอน  การใช้รังสี การทดลองทางเคมีในห้องปฏิบัติการ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ การแยกโมเลกุลของดีเอ็นเอ การทดลองในสัตว์ และการวิจัยในคน เหล่านี้ รายงานที่ออกมาก็คือ อิทธิพลของพอลิแซกคาไรด์ที่มีต่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยพบว่า การกำจัดมะเร็งนั้น เป็นผลรวมของกลูแคนกับพอลิแซกคาไรด์อื่นๆ อีกหลายตัว ซึ่งทำงานร่วมกันอย่างซับซ้อน

            พอลิแซกคาไรด์บางตัวก็ทำงานต่อต้านกันเอง บางตัวก็ทำงานเสริมฤทธิ์ซึ่งกันและกัน แต่โดยรวมแล้ว พอลิแซกคาไรด์ในเห็ดหลินจือสามารถกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ทั้งชนิดที-เซลล์ และชนิดบี-เซลล์ กระตุ้นเซลล์มาโครฟาจและเอ็นเคเซลล์ ให้สร้างสารทูเมอร์เนโครซิสแฟกเตอร์ หรือสารทีเอ็นเอฟ และการผลิตสารอินเตอร์ลิวคิน-2 จากเซลล์สะพลีโนไซต์  และการทดลองบางครั้งก็พบว่า มีการกระตุ้นแอนติบอดีชนิดอิมมูโน โกลบูลิน-จี และมาโครฟาจ เพื่อสลายสารพิษในร่างกาย

            การที่สารประกอบพอลิแซกคาไรด์ในเห็ดหลินจือ ไปกระตุ้นขบวนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันนั้น เป็นการกำจัดเซลล์มะเร็งทางอ้อม และเป็นการทำงานตามระบบภูมิคุ้มกันธรรมชาติ จึงไม่มีผลกระทบต่อการทำงานปกติของร่างกาย  ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงจัดให้เห็ดหลินจืออยู่ในกลุ่มสารธรรมชาติ ที่ดัดแปลงเพื่อการตอบสนองในระบบภูมิคุ้มกัน มีชื่อย่อว่า บีอาร์เอ็ม หรือชื่อเต็มว่า ไบโอโลจิคอลเรสพอนซ์โมดิฟายเออร์

            สำหรับความปลอดภัยในการใช้เห็ดหลินจือนั้น ก็มีการวิจัยในญี่ปุ่นที่พบว่า พอลิแซกคาไรด์และสารอื่นๆ ในเห็ดหลินจือ ไม่ทำให้เซลล์ปกติกลายพันธุ์ และไม่เป็นสารก่อมะเร็ง และถ้าใช้เห็ดหลินจือร่วมกับวิตามินซี วันละ 6-12 กรัม จะทำให้กลุ่มโมเลกุลของโพลิแซกคาไรด์ในเห็ดหลินจือมีขนาดสั้นลง ช่วยลดความหนืด ย่อยได้ง่ายขึ้น และยังช่วยลดอาการท้องเสีย จากการใช้เห็ดหลินจือในระยะแรกๆ ด้วย


back

Information

ปิดหน้าต่าง