• ไตรเตอร์พีนอยด์

  • สารประกอบไตรเตอร์พีนอยด์ในเห็ดหลินจือ เป็นสารชนิดขม เป็นกลุ่มสารประกอบที่มีกรดต่างๆ ราว 100 ชนิด เช่น กรดกาโนเดอริก กรดลูซิเดนิก กรดกาโนเดอร์มิก กรดกาโนเดอเรนิก ลูวิโดน กาโนเดอ ราลกาโนเดอรอลส์ และกรดกาโนลูซิดิก เป็นต้น  ทุกชนิดล้วนมีส่วนในการรักษาโรค

            จากงานวิจัยในญี่ปุ่นพบว่า สารที่มีส่วนในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง คือกรดกาโนเดอริก”  ซึ่งแบ่งเป็นหลายชนิด ได้แก่ ชนิดอาร์ ที ยู วี ดับเบิลยู เอ็กซ์ วาย แซด กรดเหล่านี้จะไปยับยั้งการสื่อสารในระหว่างเซลล์มะเร็ง ที่ทำให้เกิดการแบ่งตัว เมื่อไม่มีสัญญาณให้เซลล์มะเร็งแบ่งตัว เซลล์มะเร็งก็ไม่มีการขยายตัว และตายไปในที่สุด  นักชีวเคมีของจีนเอง ก็ค้นพบมายี่สิบกว่าปีแล้วว่า สารไตรเตอร์พีนอยด์มีฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็งตับ

            ในสหรัฐอเมริกา มีการทดลองใช้สารไตรเตอร์พีนอยด์ที่สังเคราะห์ขึ้นมา พบว่า สารดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นขบวนการรีด็อกของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งเร่งอัตราการเผาไหม้ และเร่งการทำงานภายใน จนเกิดการหายใจภายในเซลล์ที่เกินต้องการ ที่สุดเซลล์มะเร็งก็จะกำจัดตัวเอง ให้ตายไป

    การทดลองใช้สารไตรเตอร์พีนอยด์ ในสัตว์ที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะที่ 4 ก็ให้ผลดีกว่ายา

    ด็อกโซรูบิซิน และเมื่อใช้รักษามะเร็งตับอ่อน ก็ได้ผลดีกว่ายาเจมีตาบิน  นอกจากนั้นยังรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวบางชนิดที่ดื้อยาแล้วได้ผลดี โดยเมื่อตรวจดูเนื้อเยื่อรอบข้างของเซลล์มะเร็ง ก็พบว่าเซลล์มะเร็งสร้างเส้นเลือดใหม่เลี้ยงตัวเองได้น้อยลง ทำให้ขาดเลือดหล่อเลี้ยง และมีอายุสั้น

    สารไตรเตอร์พีนอยด์ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบของเซลล์ปกติ โดยยับยั้งเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เป็นสาเหตุการอักเสบ  มีการทดลองในหนู โดยใช้สารสกัดเห็ดหลินจือที่มีไตรเตอร์พีนอยด์ ขนาด 380 มิลลิกรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สามารถลดการอักเสบลงได้ 47 % หรือเท่ากับยาสะเตอ รอยด์ ชนิดไฮโดรคอร์ติโซน 5 มิลลิกรัม

            ขบวนการอักเสบ เป็นปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อที่ทำให้มีอาการปวด บวม ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการทรมานในผู้ป่วยมะเร็ง ทั้งที่เกิดจากตัวมะเร็งเอง และที่เป็นภาวะแทรกซ้อน อันเกิดจากการผ่าตัด การฉายรังสี และการใช้เคมีบำบัด  แต่ผู้ป่วยที่ฉายรังสี หรือใช้ยาเคมีบำบัด ร่วมกับเห็ดหลินจือ มักไม่มีอาการอักเสบที่เยื่อบุช่อง ปากอักเสบและไม่เป็นแผล  ไม่ค่อยมีการอักเสบที่ลำไส้ หรือบริเวณรอบรูทวาร ดังนั้นการให้ยาลดการอักเสบ จึงเป็นวิธีช่วยกำจัดมะเร็งอีกทางหนึ่ง

            สารไตรเตอร์พีนอยด์บางชนิด ร่วมกับสารอะดรีโนไซด์และกัวโนไซด์ในเห็ดหลินจือ ช่วยยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือดและเส้นใยในเส้นเลือด ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถหลบซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มของเกล็ดเลือด จึงถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายได้ง่าย เป็นผลให้การไหลเวียนของ เลือดดีขึ้น การอุดตันในเส้นเลือดน้อยลง และความหนืดของเลือดลดลง เซลล์ปกติจึงมีความสมบูรณ์ สามารถต่อสู้และกำจัดเซลล์มะเร็งได้ดีขึ้น

            ตามปกติ โครโมโซมทุกคู่จะมีโมเลกุลดีเอ็นเอ ที่เรียกว่าเทโรเมียส์อยู่ตรงส่วนปลาย เมื่อมีการแบ่งตัวแต่ละครั้ง เกลียวดีเอ็นเอจะแยกออกจากกัน โครโมโซมก็สั้นลงตามจำนวนครั้งของการแบ่งเซลล์ เมื่อสั้นลงมากๆ ก็จะหยุดแบ่งตัว ไม่เกิดเป็นก้อนเนื้องอก

            แต่เซลล์มะเร็งมีเอนไซม์ 2 ชนิด คือ โทโปไอโซเมอเรส และเทโรเมอเรส ที่เก็บรักษาโมเลกุลดีเอ็นเอส่วนปลายไว้ได้ ทำให้เซลล์มะเร็งสามารถแบ่งตัวต่อไปได้เรื่อยๆ  แม้เซลล์มะเร็งบางส่วนจะตายไป  แต่การแบ่งตัวก็เร็วกว่า ก้อนมะเร็งจึงโตขึ้น

            ในปี ค..1994 มีงานวิจัยของจีน ได้รับการเปิดเผยที่ฮ่องกง ว่าสารไตรเตอร์พีนอยด์ในเห็ดหลินจือสามารถลดการกระตุ้นเอนไซม์ทั้งสองชนิดดังกล่าว ทำให้ส่วนปลายของโครโมโซมสั้นลงเรื่อยๆ จนหยุดแบ่งตัวและตายไป ที่จริงเซลล์ปกติก็ถูกกระทบกระเทือน หยุดแบ่งตัวไปด้วย แต่เนื่องจากเซลล์มะเร็งมีอายุสั้นกว่าเซลล์ปกติ เซลล์มะเร็งจึงตายมากกว่า

  •       จะเห็นว่าบทบาทของสารประกอบไตรเตอร์พีนอยด์ชนิดขม ในการกำจัดเซลล์มะเร็งของเห็ดหลินจือนั้น ต่างจากพอลิแซกคาไรด์ เพราะไตรเตอร์พีนอยด์ไม่ได้มีอิทธิพลต่อระบบภูมิคุ้มกัน แต่เป็นกลไกขัดขวางขบวนการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งกำจัดตัวเองและตายไป ผลที่เกิดขึ้นจึงคล้ายกับการใช้ยาเคมีบำบัด แต่ปลอดภัย เพราะมิได้ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด

            นอกจากนี้ ไตรเตอร์พีนอยด์ยังช่วยลดการอักเสบ ลดการสร้างเส้นเลือดใหม่ของก้อนมะเร็ง และการกระจายตัวของเซลล์มะเร็งในกระแสเลือด อีกด้วย


back

Information

ปิดหน้าต่าง